Search

ปัญหาส้นเท้าแตก เป็นๆ หายๆ ต้องดูแลยังไง มาดูกัน

Updated: Mar 3, 2020

เป็นปัญหาที่หลายๆคนมองข้ามเพราะคิดว่าคงไม่มีใครสังเกตุเห็น แต่ไม่ใช่เช่นนั้นนะคะ ส้นเท้าที่แตกมากๆเพราะขาดการบำรุงเอาใจใส่ ทำให้เสียบุคคลิกได้ ใส่รองเท้าเปิดส้นก็ไม่สวย และถ้าทิ้งไว้นานๆ เนื้อที่แตกหนาขึ้น อาจทำให้เกิดอาการเจ็บปวดได้ค่ะ





สาเหตุหลักๆ ของปัญหาส้นเท้าแตก มาจาก


  • ดื่มน้ำไม่เพียงพอต่อปริมาณที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน

  • อาบน้ำด้วยน้ำอุ่นเป็นประจำ หรือแช่น้ำร้อนเป็นเวลานาน 

  • ใช้สบู่ หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ทำให้ผิวแห้งจัด 

  • อยู่ในบริเวณที่มีอากาศเย็นเป็นประจำ โดยไม่ทาครีมบำรุงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว

  • น้ำหนักตัวที่มากเกินไปจะทำให้ส้นเท้ารับภาระแบกน้ำหนักมากตามไปด้วย

  • ชอบเดินเท้าเปล่าโดยไม่ใส่รองเท้า 

  • การสวมรองเท้าไม่พอดีกับขนาดเท้าการสวมรองเท้าแบบเปิดผิวเท้า หรือพื้นรองเท้าแข็งเกินไป 

  • เกิดจากการเจ็บป่วยบางโรค เช่น โรคเบาหวาน โรคข้ออักเสบเรื้อรัง

  • เกิดจากการแพ้สารบางชนิด เช่น สารเคมี ปูนซีเมนต์

  • เกิดจากกรรมพันธุ์สัมพันธ์กับอายุที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ผิวหนังขาดความชุ่นชื้น


การดูแลรักษาส้นเท้าแตก


เบื้องต้น เราควรจะปรับการใช้ชีวิตประจำวันบางอย่าง เช่น การไม่เดินเท้าเปล่า การปรับพื้นรองเท้าให้นิ่มขึ้น หรือการใส่ถุงเท้าเป็นประจำ จะช่วยให้ถนอมส้นเท้าและส่วนอื่นๆของเท้าให้ดีขึ้น


การดูแลในส่วนถัดไปคือ การทำสปาเท้า หรือการทำเล็บ ที่ร้านทำเล็บจะมีช่างที่จะช่วยดูแลเล็บมือ และเล็บเท้าของคุณรวมไปถึงการขูดหนังส้นเท้าให้บางลง แต่หลายๆครั้ง หลังจากทำไปหนังก็จะกลับมาหนา และแตกเหมือนเดิม ถ้าคุณไม่ดูแลเล็บมือ และเล็บเท้าเองด้วยที่บ้าน





แช่เท้าน้ำในน้ำอุ่น 10-15 นาที เพื่อทำให้หนังบริเวณที่แห้ง หรือแตก ได้อ่อนตัวลง แต่ถ้าคุณไม่มีเวลามานั่งแช่จริงๆ คุณอาจจะใช้เวลาช่วงที่อาบน้ำ ถือโอกาศในการเปิดน้ำอุ่นๆให้ไหลผ่านสักพักก่อนที่จะทำขั้นตอนต่อไป






หลังจากขั้นตอนการแช่น้ำอุ่น ก็มาถึงการขัดส้นเท้าเอง คุณสามารถเอาหินขัดเท้า หรือแปรงที่เป็นเหมือนกระดาษทราย มาขัดหนังบริเวณส้นเท้า เพื่อเป็นการกำจัดเซลล์หนังเก่าที่ตายแล้วออกไป ควรทำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง




หลังจากนั้น ใช้ผ้าซับเท้าให้แห้ง แล้วนำ Mala Organic Magic Balm มาทาบริเวณส้นเท้า และนิ้วเท้าให้ทั่ว พร้อมนวดเท้าไปในเวลาเดียวกัน ให้เท้าที่ทำงานหนักมาทั้งวันได้ผ่อนคลาย




หลังจากนวดจนสบายแล้ว ก็ให้สวมถุงเท้าต่อ เพื่อให้บาร์มได้ทำงานอย่างเต็มที่ และควรจะทาบาร์มก่อนนอนทุกวัน เพื่อรักษาส้นเท้าสวยๆเอาไว้ตลอดเวลา และไม่กลับไปส้นเท้าแตกอีก





ทั้งนี้ มาลา ออแกนิก เมจิก บาล์ม ยังสามารถใช้ได้กับส่วนอื่นๆของร่างกายอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ข้อศอกที่แห้ง เข่าที่ดำ ตาตุ่มที่ด้าน ปัญหาหนังที่เล็บมือ ก็สามารถพกติดตัวนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ทาได้ตลอดวัน





ส่วนผสมจากธรรมชาติ 100% มีส่วนผสมจากน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น เชียร์บัตเตอร์ วิตามิน B3 และ วิตามินE ช่วยลดรอยแตกลายจากส่วนยืดขยายได้ดี ช่วยฟื้นบำรุงผิวแห้งแตก ให้ชุ่มชื้นได้




มาลา ออแกนิก เมจิก บาล์ม มี 2 สูตร สูตรแรก เป็นสูตรสารสกัดจากน้ำผึ้งที่ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น มี 3 กลิ่นด้วยกัน


กลิ่น Summer Breeze หอมกลิ่นส้มและโรสแมรี่

กลื่น ตะไคร้มิ้น หอมตะไคร้แบบสปา

กลิ่น เมนทอล ยูคาลิปตัส กลิ่นสดชื่น หอมยูคาลิปตัส





สูตรที่ 2 คือเพิ่มสารสกัดขมิ้นชัน และน้ำผึ้ง เพื่อบำรุงผิวให้กระจ่างใสมากยิ่งขึ้น


มี 1 กลิ่น คือกลิ่น Signature Blend หอมอ่อนๆด้วย ลาเวนเดอร์ และกระดังงา




สัมผัส มาลา ออแกนิก เมจิ บาล์มได้แล้ววันนี้ สนใจสินค้า สอบถาม และสั่งซื้อสินค้าได้ที่

Line @malathailand

หรือ

Facebook Mala Thailand official

206 views0 comments